แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา                สาระที่ ๓              ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
หน่วยการเรียนรู้ที่๑ เรื่องปฐมนิเทศและความรู้เกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอล            เวลา ๑ ชั่วโมง
.................................................................................................................................

๑. สาระสำคัญ
          กีฬาวอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่ดัดแปลงมาจากกีฬา ๓ ชนิด คือ เทนนิส เบสบอล และ
แฮนด์บอล เข้าด้วยกัน ทำให้ผู้เล่นต้องมีการเคลื่อนที่ ที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ของระบบ
ประสาท และระบบกล้ามเนื้อ ทำให้ผู้เล่นมีสมรรถภาพทางกายที่ดี วอลเลย์บอลเป็นกีฬา
ประเภททีมที่ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ และฝึกความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี
สามารถเล่นด้วยความสุขสนุกสนานเกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม

๒. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
          รู้ และเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของกีฬาวอลเลย์บอล และข้อตกลงเบื้องต้น
ในการเรียนการสอนวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา พ ๓๓๑๐๑ (วอลเลย์บอล)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
          ๓.๑ บอกจุดประสงค์การเรียนรู้วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา พ.๓๓๑๐๑ (วอลเลย์บอล)
                ได้ถูกต้อง
          ๓.๒ บอกการวัดการประเมินผล และการปฏิบัติตนระหว่างเรียนได้ถูกต้อง
          ๓.๓ อธิบายประวัติความเป็นมา ประโยชน์ คุณค่า และมารยาทของผู้เล่น ผู้ดูกีฬาที่ดี
                ได้ถูกต้อง

๔. สาระการเรียนรู้
          ๔.๑ จุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดประเมินผล การปฏิบัติตนระหว่างเรียน
          ๔.๒ ประวัติความเป็นมาของกีฬาวอลเลย์บอล ประโยชน์ มารยาทของผู้เล่นและผู้ดูกีฬา
                 ที่ดี
          ๔.๓ รายละเอียดข้อ ๔.๑ – ๔.๒ อยู่ในเนื้อความรู้ที่ ๑.๑ เรื่องข้อตกลงเบื้องต้นใน
                 การเรียนการสอน และเนื้อหาความรู้ที่ ๑.๒ เรื่องความรู้ทั่วไปของกีฬาวอลเลย์บอล                  ที่แนบอยู่ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑

๕. กิจกรรมการเรียนรู้
          ๕.๑ ขั้นนำ / ขั้นเตรียม (๕-๑๐ นาที)
                ๕.๑.๑ นักเรียนทุกคนเรียนที่ห้องเรียน e-learning

                ๕.๑.๒ หัวหน้าชั้นสำรวจรายชื่อของนักเรียนทุกคน


                ๕.๑.๓ นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาถึงเรื่องข้อตกลงเบื้องต้น ความรู้เกี่ยวกับ
                          กีฬาวอลเลย์บอล โดยครูผู้สอนเป็นผู้เปิดประเด็น
          ๕.๒ ขั้นสอน / เรียนรู้และนำไปใช้ (๒๕-๓๕ นาที)
                ๕.๒.๑ นักเรียนศึกษาเนื้อหาความรู้ที่ ๑.๑ เรื่องข้อตกลงเบื้องต้นในการเรียน
                          การสอนที่ครูจัดเตรียมไว้ให้ คนละ ๑ ชุด โดยครูและนักเรียนร่วมกัน
                          สนทนา ศึกษารายละเอียดแล้วสรุปร่วมกัน
               ๕.๒.๒ นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่มๆละ ๒ คน แยกไปนั่งประจำเครื่องคอมพิวเตอร์
                          พร้อมเปิดเว็ปไซต์ของโรงเรียน (www.bkps.ac.th)
               ๕.๒.๓ ครูผู้สอนสนทนากับนักเรียน โดยอธิบายวิธีการเรียนในระบบ e-learning
                          ตามลำดับขั้นตอนในการปฏิบัติบนโปรเจ็คเตอร์ตามลำดับดังนี้
                               ๑) เข้า website ของโรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์
                               ๒) คลิ๊กหัวข้อ e-learning / บางแก้วประชาสรรค์
                               ๓) ใส่ username และ password ที่ตนเองสมัครไว้แล้ว
                               ๔) คลิ๊กกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับ ม.๓
                               ๕) คลิ๊กหัวข้อความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอล
              ๕.๒.๔ นักเรียนทุกกลุ่มปฏิบัติตามขั้นตอน ตามข้อ ๕.๒.๓
                              ๑) ทุกกลุ่มช่วยกันทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน ๑๐ ข้อ ในระบบ
                                   e-learning ของโรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์
                              ๒) นักเรียนศึกษาเนื้อหาความรู้ที่ ๑.๒ เรื่องความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ
                                   กีฬาวอลเลย์บอล ในระบบ e-learning
                              ๓) นักเรียนปฏิบัติตามใบงานที่ ๑.๑ เรื่องความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกีฬา
                                  วอลเลย์บอล
                              ๔) นักเรียนทุกกลุ่มทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน ๑๐ ข้อ
                                   ในระบบ e-learning ใช้เวลาสอบ ๘ นาที คะแนนที่ได้จะได้
                                   เท่ากันทั้ง ๒ คน และคะแนนที่ได้จะไปปรากฏบันทึกไว้ที่
                                   เครื่องของครู และแสดงให้ดูบนโปรเจ็คเตอร์

          ๕.๓ ขั้นสรุปและสุขปฏิบัติ (๕-๑๐ นาที)
                ๕.๓.๑ สุ่มนักเรียน ๒-๓ คน มาสรุปเรื่องการปฐมนิเทศและความรู้ทั่วๆไป
                          เกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอล จากนั้นเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดง
                          ความคิดเห็น และซักถามข้อสงสัยเพื่อความชัดเจนและถูกต้องต่อไป



                
๕.๓.๒ ครูเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนของคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม                            ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความมีระเบียบวินัย น้ำใจนักกีฬา                            การปฏิบัติตนในการทำงานร่วมกับผู้อื่น คุณค่าการออกกำลังกาย                            และการเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอกับการมีวิถีชีวิตที่ดี มีสุขภาพที่ดีควรปฏิบัติ
                           อย่างไร เพื่อให้สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัย และมีความสุข

๖. วัสดุอุปกรณ์ สื่อและแหล่งเรียนรู้
          ๖.๑ เว็ปไซต์โรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์ (www.bkps.ac.th)
          ๖.๒ ระบบ e-learning จากเว็ปไซต์โรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์
          ๖.๓ เว็ปไซต์ http://school.obec.go.th/volley (เว็ปไซต์ครูผู้สอน)
          ๖.๔ แบบทดสอบหลังเรียนในระบบ e-learning

๗. การวัดผลและประเมินผล
          ๗.๑ วิธีการวัด / สิ่งที่วัด
                ใช้แบบทดสอบเรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอล เจตคติ คุณลักษณะ
          ๗.๒ เครื่องมือวัด
                 แบบทดสอบเรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอล เจตคติ คุณลักษณะ
          ๗.๓ เกณฑ์การวัด
                เมื่อนักเรียนเรียนจบจุดประสงค์ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่องข้อตกลงใน
                การเรียนการสอน และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอลแล้วนักเรียนได้
                คะแนนจากแบบทดสอบหลังเรียน ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ ๕๐ จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
                ประเมิน

๘. กิจกรรมเสนอแนะ
          นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้จาก แหล่งข้อมูลดังนี้
          ๘.๑ อินเทอร์เน็ต ….เว็ปไซต์ ชื่อ http://school.obec.go.th/volley


 
ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้   
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

                                       
                                                     ลงชื่อ........................................ หัวหน้ากลุ่มสาระ
                                                             (........................................ )
                                                            ............../.............../..............


ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ   
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

                                      
                                ลงชื่อ........................................ รองฯ.ฝ่ายบริหารงานวิชาการ
                                        (........................................ )
                                       ............../.............../..............


ความคิดเห็นผู้อำนวยการโรงเรียน   
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

                                       
                                             ลงชื่อ........................................ ผู้อำนวยการโรงเรียน
                                                    (........................................ )
                                                   ............../.............../..............



 
                               บันทึกผลหลังการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑

๑. ผลการสอน
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
.................................................................................................................................
..................................................................................................................................                                        
     
 ๒. ปัญหาและอุปสรรค
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................                                      
                                                 
๓. ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ปัญหา
................................................................................................................................
................................................................................................................................
................................................................................................................................
................................................................................................................................
................................................................................................................................
................................................................................................................................




                                                                      ลงชื่อ...................................
                                                                               ( นายสหะชัย แสงสุนทร )



                     เนื้อหาความรู้คาบเรียนที่ ๑.๑



. จุดประสงค์การเรียนวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา (พ ๓๓๑๐๑  วอลเลย์บอล)
๒. เกณฑ์คะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมและการปฏิบัติกิจ
    ระดับดี = ๓ คะแนน
    ระดับปานกลาง = ๒ คะแนน
    ระดับปรับปรุง  = ๑ คะแนน
๓. อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาคต่อปลายภาค ๘๐ / ๒๐
    เกณฑ์คะแนนรวมตลอดภาคเรียนต้องได้ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ ๕๐ ถือว่าสอบผ่าน
๔. การปฏิบัติตนระหว่างเรียน
๔.๑ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง ความตั้งใจ การตรงต่อ เวลา
       (การขาดเรียน การเข้าเรียน การมาสาย การลา )ความมี ระเบียบวินัย
       ( การแต่งกาย การเข้าแถว การเดินแถว ) ความมีน้ำ ใจนักกีฬา
       เป็นผู้นำผู้ตาม หน้าที่ความรับผิดชอบ (การเบิก การ เก็บหรือการส่งคืนอุปกรณ์ )
       ความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น ความปลอดภัย ความสนุกสนาน ความสามัคคี
๔.๒ การปฏิบัติกิจกรรม หมายถึง การมีส่วนร่วมในการอภิปราย การซักถาม
       การตอบปัญหา การฝึกปฏิบัติทักษะต่างๆ
๕. สุขปฏิบัติ

                          เนื้อหาความรู้คาบเรียนที่ ๑.๒

                            

          กีฬาวอลเลย์บอลเริ่มขึ้นเมื่อปี ๒๔๓๘ โดยนายวิลเลียม จี มอร์แกน
(William G. Morgan) ผู้อำนวยการฝ่ายพลศึกษาของสมาคมY.M.C.A.
(Young Men's Christian Association) เมืองฮอลโยค (Holyoke)
มลรัฐแมสซาซูเซตส์ (Massachusetts) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้คิด
เกมการเล่นขึ้น เนื่องจากในฤดูหนาวหิมะตกลงมา ู้คนทั่วไปไม่สามารถเล่นกีฬา
กลางแจ้งได้ เขาได้พยายาม คิดและดัดแปลง กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นกิจกรรม
นันทนาการผ่อนคลายความตึงเครียดให้เหมาะสมกับฤดูกาล ขณะที่เขาดูการแข่งขัน
เทนนิส เขาได้เกิดแนวความคิดที่จะนำลักษณะและวิธีการ เล่นของกีฬาเทนนิส
มาดัดแปลงใช้เล่น จึงใช้ตาข่ายเทนนิสซึ่งระหว่างเสาโรงยิมเนเซียม สูงจากพื้น
ประมาณ ๖ ฟุต ๖ นิ้ว และใช้ยางในของลูกบาสเกตบอลสูบลมให้แน่น แล้วใช้มือและ
แขนตีโต้ ข้ามตาข่ายกันไปมา แต่เนื่องจากยางใน ของลูกบาสเกตบอลเบาเกินไป
ทำให้ลูกบอลเคลื่อนที่ช้าและทิศทางที่เคลื่อนไปไม่แน่นอน จึงเปลี่ยนมาใช้
้ลูกบาสเกตบอล แต่ลูกบาสเกตบอลใหญ่ หนักและแข็งเกินไปทำให้มือของผู้เล่น
ได้รับบาดเจ็บ ในที่สุดเขาจึงให้ บริษัท A.G. Spalding and Brother Company
ผลิตลูกบอลที่หุ้มด้วยหนังและบุด้วย ยาง มีเส้นรอบวง ๒๕-๒๗ นิ้ว มีน้ำหนัก ๙-๑๒ ปอนด์
หลังจากทดลองเล่นแล้ว เขาจึงตั้งชื่อเกมการเล่นนี้ว่า "มินโตเนต" (Mintonette)

         ปี พ.ศ ๒๔๓๙ มีการประชุมสัมมนาผู้นำทางพลศึกษาที่วิทยาลัยสปริงฟิลด์
(Spring-field College) นายวิลเลียม จี มอร์แกน ได้สาธิตวิธีการเล่นต่อหน้าที่ประชุม
หลังจากที่ประชุมได้ชมการสาธิต ศาสตราจารย์ อัลเฟรด ที เฮลสเตด
( Alfred T. Helstead) ได้เสนอแนะให้มอร์แกนเปลี่ยนจากมินโตเนต (Mintonette)
เป็น "วอลเลย์บอล" (Volleyball) โดยให้ความเห็นว่าเป็นวิธีการเล่นโต้ลูกบอล
ให้ลอยข้ามตาข่ายไปมาในอากาศ โดยผู้เล่นพยายามไม่ให้ลูกบอล ตกพื้น

        ต่อมากีฬาวอลเลย์บอลได้แพร่หลายและเป็นที่นิยมเล่นกันในหมู่ประชาชน
ชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเกมที่เล่นง่าย สามารถเล่นได้ตามชายทุ่ง
ชายหาด และตามค่ายพักแรมทั่วไป

         ปี พ.ศ ๒๔๗๑ ดอกเตอร์ จอร์จ เจ ฟิเชอร์ ( Dr.George J.Fisher )
ได้ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกติกา การเล่นวอลเลย์บอล เพื่อใช้ในการแข่งขัน
กีฬาวอลเลย์บอล ในระดับชาติ ซึ่งบุคคลผู้นี้เป็นผู้มีบทบาทอย่างมาก ในการเผยแพร่
กีฬาวอลเลย์บอลจนได้รับสมญานามว่า บิดาแห่งกีฬาวอลเลย์บอล

 

       กีฬาวอลเลย์บอลได้แพร่เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด ไม่มีหลักฐานแน่ชัด
แต่สันนิษฐานว่าชาวไทย บางกลุ่มได้เริ่มเล่นและแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลมาตั้ง
แต่หลังสมัยสงครามโลก  ครั้งที่ ๒ เป็นต้นมา

        ปี พ.ศ.๒๔๗๗ กรมพลศึกษาได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาประจำปี และบรรจุ
กีฬาวอลเลย์บอลหญิงเข้าไว้ ในรายการแข่งขันเป็นครั้งแรก โดยใช้กติกาการเล่น
ระบบ ๙ คน และตั้งแต่นั้นกีฬาวอลเลย์บอลก็พัฒนาขึ้นโดยตลอด

        ปี พ.ศ ๒๕๐๐  ประเทศไทยได้จัดตั้งสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลขึ้น โดยมี
พลเอกสุรจิตร   จารุเศรณี เป็นนายกสมาคมคนแรก เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๐
และได้รับชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "สมาคมวอลเลย์บอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย
" (Amature Volleyball Association of Thailand)  

        ปัจจุบันกีฬาวอลเลย์บอลได้นิยมเล่นกันอย่าง แพร่หลายทั้งในโรงเรียน วิทยาลัย
มหาวิทยาลัย และตามหน่วยงานต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดการแข่งขัน มากมาย
หลายรายการ เป็นประจำทุกปี ดยการดำเนินงานของ สมาคมวอลเลย์บอล สมัครเล่น
แห่งประเทศไทยและ หน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุน
เป็นอย่างดี


                                เนื้อหาความรู้คาบเรียนที่ ๑.๓

                     

        การเล่นกีฬาเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าการออกกำลังกาย
เป็นยาขนานวิเศษ ดังคำกล่าวที่ว่า"กีฬา กีฬา เป็นยาพิเศษ"วอลเลย์บอลเป็นกีฬา
ที่ทำให้ผู้เล่นเกิดประโยชน์ดังนี้

     ๑. วอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่ฝึกหัดเล่นให้เป็นได้ง่ายและเล่นได้ทุกเพศทุกวัย เมื่อเล่น
วอลเลย์บอลเป็นแล้ว จะทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นกีฬาได้นานกว่ากีฬาบางประเภท ซึ่งคุ้ม
กับที่ได้ฝึกฝนมาแม้แต่สตรีที่มีบุตร แล้วหากมีร่างกายแข็งแรงก็สามารถเข้าร่วม
การแข่งขันได้เป็นอย่างดี


     ๒. วอลเลย์บอลเป็นกีฬาประเภททีม จึงต้องมีการฝึกซ้อมเพื่อให้การเล่นในทีม
มีความสัมพันธ์และรักใคร่ ปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หากทีมใดขาด
ความสามัคคีแล้ว เมื่อลงแข่งขันย่อมจะมีชัยชนะได้ยาก ผลของการเล่นกีฬา
ประเภทนี้จึงสามารถ นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ให้มีนิสัยรักใคร่สามัคคีกัน
ระหว่างหมู่คณะมากยิ่งขึ้น


     ๓. วอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่ช่วยฝึกฝนให้ผู้เล่นมีไหวพริบที่ชาญฉลาดและแก้ปัญหา
อย่างฉับพลันทันที เพราะการเล่นวอลเลย์บอลนั้นผู้เล่นจะต้องเคลื่อนไหวร่างกาย
อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งต้องมีไหวพริบที่ดี สามารถตัดสินใจ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ต่าง ๆ ได้จึงจะทำให้มีชัยชนะในการเล่น


     ๔. การเล่นวอลเลย์บอลเป็นการส่งเสริมและฝึกให้ผู้เล่นมีจิตใจเยือกเย็น สุขุม
รอบคอบ อารมณ์มั่นคง มีสมาธิดี มีความเชื่อมั่นในตัวเอง เพราะผู้เล่นที่อารมณ์ร้อน
มุทะลุ ดุดัน เอาแต่ใจตนเอง จะทำให้การเล่น ผิดพลาดบ่อย ๆ ถ้าเป็นการแข่งขัน
ก็จะแพ้ ฝ่ายตรงข้ามได้ง่าย ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อตัวผู้เล่น
วอลเลย์บอล ที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันให้เกิด ประโยชน์ต่อตนเอง
และสังคมอีกด้วย


     ๕. วอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่เล่นได้โดยไม่จำกัดเวลา ถ้าหากผู้เล่นรู้จักการใช้เวลาว่าง
ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งอาจ จะเล่นตอนเช้า สาย บ่าย เย็นหรือแม้แต่ในเวลากลางคืนก็ได้
ถ้ามีแสงสว่างเพียงพอ และเล่นได้ทั้งในที่ร่ม หรือกลางแจ้ง


     ๖. การเล่นวอลเลย์บอล ผู้เล่นต่างก็อยู่ในแดนของตนเองและมีตาข่ายขึงกั้นกลางสนาม
ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะปะทะกันระหว่างผู้เล่นทั้งสองฝ่าย จึงไม่ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท
กันขึ้น


     ๗. วอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่ช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพของผู้เล่นอย่างหนึ่ง เพราะผู้เล่น
จะต้องถูกฝึกให้มีระเบียบ มีวินัย มีเหตุมีผล รู้จักการเป็นผู้นำผู้ตาม และมีความ
รับผิดชอบในหน้าที่ของตน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการ ปลูกฝังนิสัย อันมีผล
ที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันด้วย


     ๘.วอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่มีกฎกติกา ผู้เล่นต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎกติกาการเล่น
ดังนั้นการเล่นวอลเลย์บอล ย่อมช่วยสอนให้ผู้เล่นรู้จักความยุติธรรม มีความอดทนอดกลั้น
รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น


     ๙. วอลเลย์บอลเป็นกีฬาประเภทหนึ่ง ที่ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางด้านร่างกาย
ให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง เพราะผู้เล่นจะต้องฝึกให้ร่างกายแข็งแรง มีความอดทน
มีความคล่องแคล่วว่องไว มีพลังและความเร็ว เมื่อร่างกายได้ออกกำลังกายแล้วยัง
ช่วยให้ ระบบต่างๆ ภายในร่างกายได้ทำงานประสานสัมพันธ์กันเป็นอย่างดีและ
มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น เมื่อร่างกายแข็งแรงก็จะช่วยเพิ่มความสามารถ ของร่างกาย
ให้มีความต้านทาน ได้ดีด้วย


     ๑๐. กีฬาวอลเลย์บอลเหมือนกับกีฬาประเภทอื่น ๆ ที่สร้างความมีน้ำใจนักกีฬา
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การรู้จักแพ้ ชนะและอภัย นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือในการเป็น
สื่อกลาง ก่อให้เกิดความสนิทสนมคุ้นเคยและมีสัมพันธ์ไมตรีอันดีต่อกัน
ทั้งระหว่างภายในประเทศ และระหว่างประเทศได้อย่างดี


     ๑๑. ปัจจุบันผู้เล่นวอลเลย์บอลที่มีความสามารถสูง ยังมีสิทธิ์ได้เข้ามาศึกษาต่อ
ในระดับสูง บางสาขา บางสถาบัน ทั้งสถานการศึกษาของรัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมี
หลายหน่วยงาน รับบุคคลที่เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลเข้าทำงาน เพราะวอลเลย์บอลกำลัง
เป็นกีฬาที่นิยม ของวงการทั่วไปและมีการแข่งขันกันอยู่เป็นประจำ


                                    เนื้อหาความรู้คาบเรียนที่ ๑.๔


     
      การเล่นกีฬาทุกชนิดย่อมมีการแสดงออกถึงพฤติกรรมต่างๆ ทางด้านร่างกาย
ที่สอดคล้องกับ กติกาข้อบังคับ ระเบียบและลักษณะของกีฬา แต่ละประเภท ซึ่งผู้เล่น
จะต้องประพฤติปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเหมาะสมกับจรรยานักกีฬา
จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นที่มีมารยาทดี หากผู้เล่นประพฤติปฏิบัติไม่เหมาะสม ไม่ถูก
ระเบียบกติกา จะทำให้ผู้ดูรอบสนามและผู้เกี่ยวข้องติเตียนได้ อีกทั้งเป็นสาเหตุ
ที่ก่อให้เกิดการทะเลาะ วิวาทขึ้น ดังนั้นผู้เล่นกีฬาวอลเลย์บอล ควรจะคำนึงถึง
มารยาทที่ดีดังนี้

๑. แต่งกายด้วยชุดที่เหมาะสมกับการเล่นวอลเลย์บอล ในการแข่งขันนั้นผู้เล่นต้อง
    แต่งกายตามกติกา  แต่ในการเล่นทั่วไปเพื่อความสนุกสนานหรือเพื่อออกกำลังกาย
    ควรจะแต่งกายให้เหมาะสม     บางคนสวมรองเท้าแตะหรือแต่งชุดไปเที่ยวลงเล่น
    เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บระหว่างการเล่นได้
๒. ไม่แสดงกิริยาเสียดสีล้อเลียน หรือกล่าวถ้อยคำที่ไม่สุภาพต่อผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน
     หรือฝ่ายตรงข้าม หรือผู้ชม
๓. เล่นตามกติกาที่กำหนดไว้ โดยปฏิบัติตามระเบียบกติกาการเล่นอย่างเคร่งครัด
๔. มีความสุภาพเรียบร้อย แสดงความเป็นมิตรและให้เกียรติแก่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
     ก่อนและ หลังการแข่งขันเสร็จสิ้นลงควรจับมือผู้เล่น ของทีมตรงข้ามไม่ว่าทีม
     จะแพ้หรือชนะก็ตาม
๕. ไม่โต้เถียงหรือแสดงกิริยาอาการที่ไม่เหมาะสมแก่ผู้ตัดสินในการตัดสิน     
๖.  มีใจคอหนักแน่น อดทน อดกลั้น และสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
     ถึงแม้ว่าผู้เล่นฝ่ายเดียวกันผิดพลาดก็ไม่ควรแสดงอาการไม่พอใจ
๗. เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้าทีม และโค้ช
๘. มีความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมาย
๙. รู้จักระงับอารมณ์ เมื่อเกิดการยั่วยุจากฝ่ายตรงข้าม
๑๐.เมื่อเล่นกีฬาแพ้หรือชนะไม่ควรดีใจหรือเสียใจจนเกินไป
๑๑.การเล่นกีฬาต้องเล่นอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าตนเองจะเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะ
๑๒.ต้องมีน้ำใจนักกีฬารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
๑๓.มีความตั้งใจในการฝึกซ้อม และมีความอดทน
๑๔.มีความอดกลั้นและไม่ใช้อารมณ์รุนแรง
๑๕.ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นในขณะฝึกซ้อมหรือแข่งขัน
๑๖. หลังจากการฝึกซ้อมหรือเล่นแล้วควรเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย


      วัตถุประสงค์ที่สำคัญในการดูกีฬาก็เพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ หาความสนุกสนาน
เพลิดเพลิน ช่วย คลายความตึงเครียด และเป็นการเสริมสมรรถภาพทางด้านจิตใจ
ให้มีความสุข ผู้ดูกีฬาที่ดีต้องทำใจให้ได้ว่า แพ้หรือชนะก็ตาม ต้องไม่แสดงพฤติกรรม
หรือกริยามารยาท ที่ไม่สุภาพเรียบร้อยทั้งคำพูด หรือท่าทาง ซึ่งอาจเป็นเหตุก่อให้เกิด
การทะเลาะวิวาท ดังนั้นผู้ดูกีฬาที่ดีพึงปฏิบัติดังนี้

๑. แสดงความยินดีด้วยการปรบมือให้แก่ผู้เล่นที่เล่นดี มีมารยาทดี
๒. ไม่เชียร์ในสิ่งที่เป็นการเสียดสีในทางไม่ดีต่อทีมใดทีมหนึ่ง
๓. ไม่กระทำตัวเป็นผู้ตัดสินเสียเอง เช่น การตะโกนด่าว่าผู้ตัดสิน เป็นต้น
๔. ไม่กระทำสิ่งใด ๆ ที่ทำให้ผู้ตัดสินหรือเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ปฏิบัติงานไม่สะดวก
๕. นั่งชมด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อยในที่ที่จัดไว้ให้ ไม่ยืนเกะกะบังผู้อื่น
๖. ปรบมือให้เกียรติเมื่อกรรมการผู้ตัดสิน และนักกีฬาลงสู่สนาม
๗. ไม่กล่าวถ้อยคำ ส่งเสียงโห่ร้องหรือแสดงกิริยาเยาะเย้ยถากถางผู้เล่นที่เล่นผิดพลาด      หรือผู้ตัดสินตัดสินไม่เป็นไปตามความต้องการของตนเอง
๘. ปรบมือแสดงความยินดีแก่ผู้ชนะ ผู้เล่นที่ได้รับรางวัล
๙. ไม่แสดงกริยาท่าทาง ส่งเสียง ยั่วยุ ให้ผู้เล่น ไม่มีสมาธิหรือเกิดการทะเลาะวิวาท
๑๐.ไม่แสดงกริยาที่ไม่สุภาพ หรือใช้สิ่งของขว้างปานักกีฬา กรรมการตัดสิน หรือผู้ชม
๑๑. ควรรู้กติกาการแข่งขันกีฬาที่ตนดู
๑๒. การชมเป็นหมู่คณะควรจะนั่งรวมกันเป็นกลุ่ม และเชียร์ด้วยเพลง และภาษาที่สุภาพ
๑๓. ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้ในการดูกีฬา
๑๔. ช่วยห้ามปรามหรือตักเตือนเพื่อนฝูง ไม่ให้ก่อเหตุวุ่นวายขึ้ในการดูกีฬา
๑๕. ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยเมื่อเกิดเหตุวุ่นวาย
       ในสนาม
๑๖. ติดตาม สนับสนุน ให้กำลังใจ และให้เกียรตินักกีฬาทุกประเภท เพื่อเป็นการส่ง        เสริมการกีฬาของชาติ


                              เนื้อหาความรู้คาบเรียนที่ ๑.๕

                    

          อุปกรณ์การเล่นวอลเลย์บอลควรได้รับการดูแลและเก็บรักษาให้ดี เพื่อให้มี
ประสิทธิภาพในการใช้งานให้ นานที่สุด เพื่อความประหยัดและเป็นการปลูกฝัง
ให้ผู้เล่นเกิดนิสัยรักความมีระเบียบ โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้
๑. มีชั้นหรือตู้เก็บอุปกรณ์ไว้โดยเฉพาะ และควรเก็บแยกประเภทให้เรียบร้อยเพื่อ
     สะดวกในการนำมาใช้
๒. อุปกรณ์ที่ชำรุด เช่น ส่วนหนึ่งส่วนใดของตาข่ายขาดให้รีบซ่อมแซมทันที การปล่อย
     ทิ้้งไว้จะทำให้ เสียหาย มากขึ้น
๓. อย่าขึงตาข่ายไว้กลางแจ้งให้ถูกแดดฝนเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ตาข่าย
     ชำรุดเสียหายอายุการใช้งาน ไม่นานเท่าที่ควร
๔. อย่าให้ลูกวอลเลย์บอลที่ทำด้วยหนังถูกน้ำนาน ๆ เพราะจะเป็นการเพิ่มน้ำหนัก
     ให้มากขึ้น ควรใช้ผ้าเช็ดให้แห้งทันทีก่อนที่จะนำลูกบอลมาเล่นต่อไป
๕. ทำความสะอาดลูกบอลทุกครั้งด้วยการใช้ผ้าแห้งเช็ด ก่อนที่จะนำไปเก็บ
๖.  การสูบลมหรือปล่อยลมออกจากลูกบอลควรใช้เข็มที่ใช้กับลูกวอลเลย์บอลโดยเฉพาะ
     ถ้าใช้ของแหลมชนิดอื่นจะทำให้ลูกวอลเลย์บอลชำรุดได้ง่าย
๗. หมั่นเช็ด กวาด ถู พื้นสนามเล่นให้สะอาดอยู่เสมอ
๘. อย่าสูบลมให้ลูกวอลเลย์บอลแข็งจนเกินไป จะทำให้หนังของลูกวอลเลย์บอลปริ
     มีอายุ การใช้งานน้อย
๙. หลังจากเล่นกีฬาวอลเลย์บอลเสร็จแล้วต้องผ่อนตาข่ายที่ขึงตึง ให้หย่อนลง


                              เนื้อหาความรู้คาบเรียนที่ ๑.๖

                    


          การเล่นกีฬาทุกประเภทย่อมก่อให้เกิดการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ  อารมณ์ 
และสังคมอย่างแน่นอน ส่วนจะเกิดการพัฒนาหรือผู้เล่นกีฬาจะได้รับประโยชน์มาก
หรือน้อย นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับเกมกีฬา  วิธเล่น  ระยะเวลา ของการเล่นกีฬา  และปัจจัยอื่น
หลายประการ แต่อย่างไร ก็ตามการเล่นกีฬาที่ไม่เหมาะสมกับสภาพของร่างกาย สุขภาพ 
 อนามัย  กาลเทศะ  หรือความพอดีใน การออกกำลังกายแล้วอาจก่อให้เกิดอันตราย
ขึ้นได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ การเล่นกีฬาจึงควรได้พิจารณาเกี่ยวกับหลักความปลอดภัย
ในหลาย ๆ ด้าน  สำหรับการเล่นกีฬาวอเลย์บอลให้ปลอดภัย  ควรปฏิบัติดังนี้

     ๑.   ก่อนเล่นกีฬาวอลเลย์อลทุกครั้งต้องอบอุ่นร่างกายเสียก่อน  โดยเฉพาะข้อมือ
                   ข้อเท้า เข่า  ฯลฯ  ให้มาก
     ๒.   ต้องแต่งกายชุดเล่นกีฬาให้เหมาะสมกับการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล
     ๓.   ต้องตรวจสอบอุปกรณ์และสนามให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย  มั่นคงแข็งแรง
            พร้อมที่จะฝึกซ้อมได้
     ๔.   ต้องเล่นด้วยความระมัดระวัง  และเล่นตามหลักการและวิธีการของการเล่น
             กีฬาวอลเลย์บอล
     ๕.   ไม่ล้อเลียนหรือกลั่นแกล้งกันในขณะฝึกซ้อม
     ๖.   ไม่เล่นหรือฝึกซ็อมจนเกินกำลังความสามารถของร่างกายและไม่เล่นหักโหม
     ๗.   ควรจะฝึกจากท่าที่ง่ายไปหาท่าที่ยากขึ้นและฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป
     ๘.   ไม่ควรฝึกซ้อมในที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ  เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย
     ๙.   ไม่ควรฝึกซ้อมในสนามกลางแจ้งในขณะที่มีฝนตก ฟ้าร้อง หรือแดดร้อนจัด
    ๑๐.  ไม่ควรฝึกซ้อมหรือเล่นวอลเลย์บอลหลังอิ่มอาหารใหม่ ๆ


                    เนื้อหาความรู้คาบเรียนที่ ๑.๗



        ลักษณะของความเป็นผู้มีน้ำใจนักกีฬาคือ จะแพ้ หรือชนะไม่สำคัญ ข้อสำคัญคือ
ได้มีส่วนร่วมในการแข่งขัน และได้ทำการแข่งขันอย่างเต็มความสามารถ เชื่อฟังผู้ตัดสิน
ไม่ฝ่าฝืนกฏกติกาของการเล่น รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย ฯลฯ ซึ่งมีหลักการปฏิบัติเพื่อแสดง
ความเป็นผู้มีน้ำใจนักกีฬา คือ
๑. ปฏิบัติตามกฏกติกาของการเล่น
๒. ซื่อสัตย์สุจริตต่อคู่แข่งขัน และเพื่อนฝูง
๓. เป็นผู้รู้จักข่มใจ รักษาสติไม่ให้โมโหโทโส
๔. เป็นผู้ที่รักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ
๕. หากปราชัยก็ทำใจให้หนักแน่น
๖. หากมีชัยก็ไม่แสดงความภูมิใจจนออกนอกหน้า
๗. เป็นผู้ที่ผุดผ่องทั้งกาย วาจา ใจ อยู่เสมอ
๘. เล่นกีฬาเพื่อชั้นเชิงของการกีฬา ไม่ใช่เล่นกีฬาเพื่อจะทะเลาะวิวาทกัน
๙. เป็นผู้มีใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผือแผ่

๑๐.เป็นผู้สุภาพอ่อนโยน
๑๑.เป็นผู้มีใจคอกว้างขวาง
๑๒.เป็นผู้มีความอดทน กล้าหาญ
๑๓.เป็นผู้มีความเชื่อฟังและเคารพต่อเหตุผล
๑๔.เป็นผู้รักษาความยุติธรรม
๑๕.เป็นผู้รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย


                  ใบงานแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑.๑


คำชี้แจง จงเติมข้อความให้สมบูรณ์

๑. ผู้คิดค้นกีฬาวอลเลย์บอลคือใคร ...................................................................

๒. กีฬาวอลเลย์บอลกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศใด .............................................

๓. กีฬาวอลเลย์บอลเกิดขึ้นในครั้งแรกตั้งชื่อว่าอะไร ............................................

๔. การเล่นวอลเลย์บอลครั้งแรกได้รวบรวมการเล่นของเกมกีฬาอะไรเข้าด้วยกัน........

๕. จุดมุ่งหมายที่สำคัญ ที่มอร์แกนวางไว้คืออะไร.................................................

๖. ลูกวอลเลย์บอลแต่เดิมที่มอร์แกนคิดขึ้นใช้ลูกอะไร...........................................

๗. ผู้ที่ได้รับชื่อว่า เป็นบิดาแห่งวอลเลย์บอลคือใคร..............................................

๘. ประเทศแรกที่เล่นกีฬาวอลเลย์บอลในทวีปเอเชียคือประเทศใด.........................

๙. กีฬาวอลเลย์บอลเข้ามาในประเทศไทยตอนเริ่มแรกนิยมเล่นข้างละกี่คน..............

๑๐. สมาคมวอลเลย์บอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทยตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศใด.....................


สถิติผู้เยี่ยมชม website hit counters