........................................................................................
คำชี้แจง
  1. ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
              2. อ่านคำตอบให้แน่ใจก่อน แล้วจึงตอบ
              3. ในแต่ละข้อสามารถตอบได้ ข้อละ 1 ครั้งเท่านั้น
........................................................................................

1. ผู้คิดกีฬาวอลเลย์บอลคนแรกคือใคร  

            ก. วิลเลียม จี. มอร์แกน
            ข.อัลเฟรด ที. เฮลสตีด
            ค. ดร. จอร์ช เจ. ฟิเชอร
            ง. หลุยส์ เอสเตอร์บราวน์

2. กีฬาวอลเลย์บอลกำเนิดครั้งแรกในโลกที่ประเทศใด      

            ก. ญี่ปุ่น 
            ข. อังกฤษ 
            ค. จีน
            ง. สหรัฐอเมริกา 


3.
กีฬาวอลเลย์บอลเกิดขึ้นในครั้งแรกตั้งชื่อว่าอะไร

            ก. วอลเลย์บอล   
            ข. เบสบอล
            ค. แฮนด์บอล 
            ง.
มินโตเนท

4. การเล่นวอลเลย์บอลครั้งแรกได้รวบรวมการเล่นของเกมอะไรเข้าด้วยกัน

            ก. เทนนิสและเบสบอล    
            ข. เบสบอลและแฮนด์บอล 
            ค. เทนนิส, เบสบอลและแฮนด์บอล  
            ง. แฮนด์บอลและบาสเกตบอล

5. จุดมุ่งหมายที่สำคัญที่มอร์แกนวางไว้คืออะไร

            ก. เพื่อเป็นกีฬาในร่ม  
            ข. เพื่อเป็นกีฬากลางแจ้ง 
            ค. เพื่อใช้แข่งขันทั่วไป  
            ง. เพื่อใช้แข่งขันระหว่างประเทศ


6. ลูกวอลเลย์บอลแต่เดิมที่มอร์แกนคิดขึ้นใช้ลูกอะไร

            ก. ยางในฟุตบอล 
            ข. ยางในบาสเกตบอล
            ค. ลูกวอลเลย์บอล 
            ง. ยางในแฮนด์บอล  


7. ผู้ที่ได้รับชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวอลเลย์บอลคือใคร

            ก. วิลเลียม จี. มอร์แกน
            ข. หลุยส์ เอสเตอร์บราวน์ 
            ค. ดร. จอร์ช เจ. ฟิเชอร์ 
            ง. อัลเฟรด ที. เฮลสตีด 

8. ประเทศแรกที่เล่นกีฬาวอลเลย์บอลในทวีปเอเชียคือประเทศใด

            ก. ไทย 
            ข. ฟิลิปปินส์   
            ค. ญี่ปุ่น 
            ง. จีน

 
9. กีฬาวอลเลย์บอลเข้ามาในประเทศไทยตอนเริ่มแรกนิยมเล่นข้างละกี่คน
            ก. 3  คน
            ข. 5  คน
            ค. 6  คน
            ง. 9  คน

10. สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ ใด

            ก. 2495
            ข. 2500
            ค. 2513
            ง. 2518